ทรงพระเจริญ รัชกาลที่ 10
ทรงพระเจริญ รัชกาลที่ 10
Search
ที่เที่ยวอินเทรนด์
ที่กินติดดาว
ที่พักอินเทรนด์

ตกอยู่ภวังค์.. ที่สุดของ 9 วัดสวยภาคเหนือ

ภาคเหนือของไทยมีวัดที่สวยงามจำนวนมาก และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสถาปัตยกรรมที่อ่อนช้อยงดงาม วัดเก่าแก่หลายวัดในเมืองเก่าต่างๆ ส่วนใหญ่ได้รับการปฏิสังขรณ์เรื่อยมา ทำให้วัดเหล่านั้นยังคงความสวยงาม สืบเนื่องจากอดีตมาได้ บางวัดมีอายุหลายร้อยปีโดยไม่เคยถูกทิ้งร้างเลย และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม มาจนถึงทุกวันนี้ วันนี้เราขอพาไปสัมผัสที่เที่ยวอินเทรนด์กับ 9 วัดสวยภาคเหนือ กันดีกว่า

 

วัดจองคำ-วัดจองกลาง จ.แม่ฮองสอน

 

วัดจองคำและวัดจองกลางตั้งอยู่กลางเมืองแม่ฮ่องสอน เป็นเสมือนสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของเมืองไทใหญ่แห่งนี้ นอกจากความงดงามอลังการทางศิลปะแล้ว วัดทั้งสองยังเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมทางวัฒนธรรมและประเพณี ของชาวแม่ฮ่องสอน สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2340 เป็นวัดแรกของเมืองแม่ฮ่องสอน เป็นวัดเก่าแก่สร้างตามแบบศิลปะไทใหญ่ สิ่งก่อสร้างอันงดงามที่มองเห็นแต่ไกล เมื่อมาเที่ยวชมวัดแห่งนี้ก็คือ หลังคาวัดรูปทรงปราสาท 9 ชั้นที่เชื่อกันว่าเป็นของสูง และผู้ที่ประทับอยู่ในปราสาทควรเป็นกษัตริย์หรือตัวแทนพระพุทธศาสนา ภายในวิหารแห่งนี้ประดิษฐานหลวงพ่อโต สร้างขึ้นโดยฝีมือช่างชาวพม่า และพระศรีศากยมุนี จำลองจากวิหารวัดสุทัศน์ฯ กรุงเทพ

 

วัดจองคำ-วัดจองกลาง จ.แม่ฮองสอน

เครดิตภาพ : royaibuddhasiam,bloggang,weekenhobby

 

การเดินทาง

 

อยู่ในตัวอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ห่างจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานภาคเหนือ เขต 1 ประมาณ 5 กม. ไปทางทิศตะวันออก ถ.ชำนาญสถิตย์ ห่างจากขุนลุมประพาสประมาณ 100 เมตร

 

ติดต่อสอบถามข้อมูล โทร. 0 5361 1752

 

วัดจองคำ-วัดจองกลาง จ.แม่ฮองสอน

เครดิตภาพ : facebookprim.nilngam

 


 

วัดอุโมงค์ จ.เชียงใหม่

 

วัดอุโมงค์ ตั้งอยู่ที่ ถ.สุเทพ อ.เมือง สร้างขึ้นในสมัยพญามังรายราวปี พ.ศ. 1839 เพื่อให้ฝ่ายอรัญวาสีจำพรรษา ต่อมาพญากือนาทรงสร้างอุโมงค์ขึ้นเพื่อให้พระมหาเถระจันทร์ใช้เป็นที่วิปัสสนากรรมฐาน อุโมงค์นี้มีลักษณะเป็นกำแพงภายในเป็นทางเดินหลายช่องทะลุกันได้ ภายในอุโมงค์เคยมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง สันนิษฐานว่าวาดในระหว่าง พ.ศ.1900-2000 แต่เดิมคงเป็นภาพจิตรกรรมเต็มบริเวณของทุกห้อง ส่วนใหญ่เป็นภาพดอกบัว ดอกโบตั๋น และนกต่างๆ เช่น นกยูง นกกระสา นกแก้ว และนกเป็ดน้ำ ด้วยความที่ตัววัดเป็นอุโมงค์ที่วัดส่วนใหญ่ไม่ได้สร้างแบบนี้ จึงให้ความรู้สึกแปลกใหม่สวยงาม

 

นอกจากนี้บริเวณวัดเป็นสวนพุทธธรรม ร่มรื่นด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ เป็นสวนป่าที่เหมาะกับการนั่งวิปัสสนา ด้านหลังเป็นสวนป่าและสวนสัตว์ซึ่งเป็นเขตอภัยทาน เดินเล่นได้ และเป็นสถานที่ดูนกที่ดีอีกแห่งหนึ่ง

 

วัดอุโมงค์ จ.เชียงใหม่

เครดิตภาพ : pantip

 

การดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวจากตลาดต้นพยอม ใช้ถนนสุเทพ วิ่งผ่านสี่แยกคลองชลประทาน ด้านหลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประมาณ 500 เมตร เข้าซอยทางด้านซ้ายมือไปประมาณ 2 กิโลเมตร

 

ติดต่อสอบถามข้อมูล โทร. 0 5381 0965, 0 538 11100

 

วัดอุโมงค์ จ.เชียงใหม่

เครดิตภาพ : SHOPPPINGROMI

 


 

วัดร่องขุ่น จ.เชียงราย

 

เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่ต้องไป เมื่อไปเยือนจังหวัดเชียงราย วัดร่องขุ่นเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2540 โดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จิตรกรชั้นแนวหน้าของไทยที่อุทิศตนสร้างวัดอันยิ่งใหญ่นี้ขึ้น เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา มีความโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ทางศิลปะ และสถาปัตยกรรมที่แสนวิจิตรอลังการ

 

วัดร่องขุ่น จ.เชียงราย

เครดิตภาพ : chiangrai-tour,วัดร่องขุ่น,lovethailand

 

การเดินทางถนนสายเชียงราย-กรุงเทพฯ ถ้ามาจากกรุงเทพฯ หรือเชียงใหม่ วัดร่องขุ่นจะอยู่ก่อนถึงตัวเมืองเชียงราย 13 กิโลเมตร ตรงหลักกิโลเมตรที่ 816 ถนนพลหลโยธิน (หมายเลข 1 / A2) เลี้ยวเข้าไปประมาณ 100 เมตร จะมีป้ายบอกเป็นระยะๆ

 

ติดต่อสอบถามข้อมูล โทร. 0 5371 5690

 

วัดร่องขุ่น จ.เชียงราย

เครดิตภาพ : underome

 


 

วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จ.ลำปาง

 

วัดเฉลิมพระเกียรติฯ นั้นตั้งอยู่บนภูเขาใหญ่ใน อ.แจ้ห่ม อยู่ในพื้นที่ของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าดอยพระบาท บนยอดเขาแห่งนี้มีรอยพระพุทธบาทประดิษฐานอยู่ เป็นที่เคารพบูชาของชาว อ.แจ้ห่ม มาอย่างยาวนาน แต่เมื่อก่อนนี้ยังไม่มีการทำถนนขึ้นสู่ดอย ดังนั้นพุทธศาสนิกชนผู้ศรัทธาจึงต้องเดินเท้าผ่านป่าทึบและหน้าผาสูง ขึ้นไปสักการะบูชารอยพระพุทธบาทแห่งนี้ ต่อมาหลวงพ่อไพบูลย์ สุมังคโล (พระเทพวิสุทธิญาณ) เจ้าอาวาสวัดอนาลโยทิพยาราม จ.พะเยา ซึ่งแต่เดิมท่านเป็นชาว อ.เกาะคา จ.ลำปาง ได้เดินทางมาสักการะ รอยพระพุทธบาทโดยการเดินเท้า พลังศรัทธาของท่านเป็นที่มาของการสร้างวัดขึ้น ประกอบกับในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) พระราชสมภพครบ 200 ปี เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2547 ทางคณะสงฆ์จึงมีมติให้สร้างวัดเฉลิมพระเกียรติแด่พระองค์ท่าน

 

ภายในบริเวณวัดแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ หรือ 3 ชั้นก็ว่าได้ สำหรับชั้นแรก เป็นที่ตั้งของตัว “วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์” เราสามารถเข้าไปกราบพระพุทธรูปภายในอุโบสถ ที่จำลองมาจากพระนิรันตราย ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปประจำพระองค์ของรัชกาลที่ 4 บริเวณชั้น 2 เป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท ส่วนชั้นที่ 3 คือ “ดอยพระบาท”

 

วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จ.ลำปาง

เครดิตภาพ : faiththaistory,yaipearn,everythingisee

 

การเดินทางจากตัวเมืองลำปางใช้ทางหลวงหมายเลข 1035 ไปแจ้ห่ม จากตัวเมืองแจ้ห่ม เลยไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตรเศษๆ จะมีทางแยกซ้ายมือ อยู่ตรงทางโค้งพอดี ซุ้มประตูเขียนว่าเข้าหมู่บ้านใหม่เหล่ายาว ให้เลี้ยวเข้าไปประมาณ 200 เมตร จะมีแยกซ้ายมือเขียนว่าไปวัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นทางคอนกรีตอย่างดีไปจนถึงวัด จะมีป้ายว่า วัดพระพุทธบาทปู่ผาแดงซึ่งเป็นชื่อเดิม ระหว่างทางจะเห็นแนวเขาสูงตระหง่าน โดยมองเห็นพระเจดีย์สีขาวหลายองค์บนยอดเขา

 

ติดต่อสอบถามข้อมูล โทร. 0 5327 6140

 

วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จ.ลำปาง

เครดิตภาพ : pantip

 


 

วัดปงสนุกเหนือ จ.ลำปาง

 

“วัดปงสนุก” แห่งเขลางค์นครธรรมสถานหนึ่งเดียวของไทยที่ได้รับรางวัล “Award of Merit” จาก UNESCO ในปี 2008 มอบรางวัลเพื่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิค วัดปงสนุก หรือวัดปงสนุกเหนือ ตั้งอยู่ในเขต ต.เวียงเหนือ อ.เมือง จ.ลำปาง เป็นวัดสำคัญคู่กับจังหวัดลำปางมาช้านาน สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยที่เจ้าอนันตยศ ราชบุตรของพระนางจามเทวีแห่งหริภุญไชย (ลำพูน) เสด็จมาสร้างเขลางค์นคร (ลำปาง) เมื่อ พ.ศ.1223 ปัจจุบัน “วัดปงสนุก” ได้กลายเป็นแหล่งรวมของสิ่งสำคัญหลายอย่าง ที่ทรงคุณค่าทางด้านศิลปวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรม อาทิ พระพุทธรูปไม้ เสาหงส์ ซุ้มประตูโขง ภาพพระบฎ เขียนเรื่องพระเวสสันดรบนผ้าและกระดาษสา หีบธรรมโบราณ และธงช้างเผือกขนาดใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 6

นอกจากนี้ยังมีเจดีย์วิหารพระนอน วิหารพระเจ้าพันองค์ วิหารโถงทรงจัตุรมุขที่มีรูปแบบงดงาม ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างล้านนา พม่า และจีน ที่ยังคงหลงเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวของไทย

 

วัดปงสนุกเหนือ จ.ลำปาง

เครดิตภาพ : lannaphotoclub,thaihistoryarttourism,เที่ยวเชียงใหม่

 

การเดินทางจากตัวเมืองลำปางให้วิ่งข้ามสะพานรัษฎาภิเศกมาจนพบกับสี่แยกไฟแดง แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนปงสนุก จากนั้นวิ่งต่อไปสักระยะจะพบวัดอยู่ทางขวา

 

ติดต่อสอบถามข้อมูล โทร. 0 5422 8763

 

วัดปงสนุกเหนือ จ.ลำปาง

เครดิตภาพ : youtube

 


 

วัดสูงเม่น จ.แพร่

 

วัดสูงเม่น อยู่ห่างจากตัวเมืองแพร่ 10 กิโลเมตร อยู่ติดริมถนนใหญ่ ภายในวัดมีโบราณวัตถุล้ำค่าที่น่าสนใจ ทั้งพระพุทธรูปแกะสลักด้วยไม้ และมีพระพุทธรูปถอดชิ้นส่วนได้ พระประธานในพระอุโบสถ คือ หลวงพ่อโต เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย นอกจากนี้ยังมีเจดีย์วัดสูงเม่น พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทยและภาษาบาลี คัมภีร์ใบลานที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย และพระอุโบสถอันเก่าแก่ศิลปะล้านนา สันนิษฐานว่ามีอายุไม่น้อยกว่า 200 ปี โครงสร้างเป็นแบบทรงล้านนาพื้นเมือง ส่วนลวดลายล้านนาพื้นเมืองปนศิลปะพม่า มีเสาจำนวน 16 ต้น ลงรักสีดำ เขียว วาดลวดลายเถาวัลย์สีทอง เสาแต่ละต้นมีลวดลายที่แตกต่างกัน เพดานงดงามด้วยลวดลายแบบพม่า หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบดินเผาหน้าบรรณสลักเป็นรูปนาคีเกี้ยวหน้ามอง

 

วัดสูงเม่น จ.แพร่

เครดิตภาพ : phraeobserver,thainorthour

 

การเดินทางจากตัวเมืองแพร่ ขับมาที่ตำบลสูงเม่น ถนนยันตรกิจโกศล ห่างจากตัวเมืองแพร่ 10 กิโลเมตร วัดอยู่ริมถนนใหญ่

 

ติดต่อสอบถามข้อมูล โทร. 0 5454 1219

 

วัดสูงเม่น จ.แพร่

เครดิตภาพ : phraeobserver

 


 

วัดมิ่งเมือง จ.น่าน

 

วัดมิ่งเมือง ตั้งอยู่ที่ถนนสุริยพงศ์ เป็นที่ประดิษฐานเสาหลักเมืองของจังหวัดน่าน ประวัติของวัดมิ่งเมืองคือ เดิมเป็นวัดร้าง มีเสาหลักเมืองที่เป็นท่อนซุงขนาดใหญ่สองคนโอบ พบที่ซากวิหารในราวปี 2400 เจ้าอนันตวรฤทธิเดช เจ้าครองนครน่าน จึงได้สถาปนาวัดขึ้นมาใหม่ ตั้งชื่อว่า วัดมิ่งเมือง ตามชื่อที่เรียกเสาหลักเมืองว่า เสามิ่งเมือง ต่อมาปี 2527 ได้มีการรื้อถอนและสร้างอุโบสถหลังใหม่เป็นแบบล้านนาร่วมสมัยแบบในปัจจุบัน ลักษณะเด่นคือ ลายปูนปั้น ที่ผนังด้านนอกของพระอุโบสถ มีความสวยงามวิจิตรงดงามมาก เป็นฝีมือตระกูลช่างเชียงแสน ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังแสดงให้เห็นวิถีชีวิตของชาวเมืองน่าน ฝีมือช่างท้องถิ่นยุคปัจจุบัน และในบริเวณวัดยังเป็นที่ประดิษฐานเสาหลักเมือง ซึ่งอยู่ในศาลาจัตุรมุข ด้านหน้าพระอุโบสถ เสาหลักเมืองสูงประมาณ 3 เมตร ฐานประดับด้วยไม้แกะลวดลาย ลงรักปิดทอง ยอดเสาแกะสลักเป็นรูปพรหมพักตร์มีชื่อ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา

 

วัดมิ่งเมือง จ.น่าน

เครดิตภาพ : templethailand,dekguide

 

การเดินทางขับรถมาถึงยังตัวเมืองน่านแล้ว วัดมิ่งเมือง ตั้งอยู่ที่ถนนสุริยพงศ์ไม่ไกลจากวัดภูมินทร์

 

ติดต่อสอบถามข้อมูล โทร. 0 5475 0247

 

วัดมิ่งเมือง จ.น่าน

เครดิตภาพ : uncledeng

 


 

วัดศรีพันต้น จ.น่าน

 

วัดศรีพันต้น สันนิษฐานว่า พญาพันต้น เจ้าผู้ครองนครน่าน ระหว่าง พ.ศ. 1960 – 1969 เป็นผู้สร้าง มีความโดดเด่นที่วิหารสีทองเหลืองอร่ามทั้งหลังวิจิตรงดงาม ด้วยการประดับตกแต่งประติมากรรมปูนปั้น พญานาคเจ็ดเศียรเฝ้าบันได ภายในวิหารช่างชาวน่าน ได้เขียนภาพลายเส้นประวัติพระพุทธเจ้า และประวัติการกำเนิดเมืองน่าน เป็นภาพเขียนลายเส้นลงสีธรรมชาติอย่างงามวิจิตร ภายในวัดยังมี พระกัจจายนะเถระอยู่ภายในวิหารสังฆจายวัดศรีพันต้น เป็นพระสังกัจจายน์องค์ที่มีขนาดใหญ่ และเก่าแก่ที่สุดในจังหวัดน่าน

 

วัดศรีพันต้น จ.น่าน

เครดิตภาพ : pantip,thewaynews,bloggang

 

การเดินทางจากทางหลวงหมายเลข 101 (ถนนยันตรกิจโกศล) ถึงตัวเมืองน่าน จะพบกับสี่แยกศรีพันต้น ที่หากเลี้ยวขวาจะไปถนนสุริยพงษ์ ให้ตรงขึ้นไปจะพบกับวัดศรีพันต้นอยู่ตรงหัวมุมซ้ายมือพอดี

 

ติดต่อสอบถามข้อมูล โทร. 0 5475 1169

 

วัดศรีพันต้น จ.น่าน

เครดิตภาพ : thetrippacker

 


 

วัดพระแก้ว จ.เชียงราย

 

วัดพระแก้ว เป็นจุดที่ค้นพบพระแก้วมรกต และเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตเป็นเวลา 45 ปี ก่อนที่จะถูกอัญเชิญไปยังเชียงใหม่ แต่เดิมวัดนี้มีชื่อว่าวัดป่าเยี้ย หลังพระอุโบสถมีเจดีย์อยู่องค์หนึ่งซึ่งได้พังลงมา แล้วได้พบพระพุทธรูปลงรักปิดทององค์หนึ่งตกลงมาจากเจดีย์ ต่อมาปูนที่ลงรักปิดทองกระเทาะออกจึงเห็นเป็นแก้วสีเขียวทั้งองค์ หลังจากนั้นวัดนี้จึงเรียกสืบต่อกันมาว่า วัดพระแก้ว ปัจจุบันเจดีย์องค์ดังกล่าวได้รับการบูรณะใหม่เป็นเจดีย์หุ้มทองจังโก๋เหลืองอร่ามทั้งองค์ ส่วนพระแก้วมรกต หรือพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ที่เรารู้จักกันดี ประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม(วัดพระแก้ว) กรุงเทพฯ

 

ปัจจุบันวัดพระแก้ว เชียงราย เป็นที่ประดิษฐาน พระหยก ซึ่งสร้างขึ้นใหม่เป็นองค์แทนพระแก้วมรกตองค์จริง ที่ได้ถูกอัญเชิญไปประดิษฐานอยู่ในหอพระหยก อาคารทรงล้านนาโบราณประกอบด้วยไม้ชั้นเดียว ใต้ถุนสูง ประดิษฐาน “พระพุทธรัตนากร นวุติวัสสานุสรณ์มงคล” หรือเรียกอีกชื่อว่า “พระหยกเชียงราย”

 

นอกจากนี้ยังมีพระอุโบสถ ซึ่งเป็นพระวิหารทรงเชียงแสน มีลักษณะฐานเตี้ย เชิงหลังคาลาดต่ำ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2433 เป็นที่ประดิษฐานของพระประธาน เรียกกันว่า “พระเจ้าล้านทอง” เป็นพระศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเชียงรายเคารพนับถือเป็นอันมาก พระพุทธรูปสำริด ปางมารวิชัย เป็นพระพุทธรูปในสกุลช่างศิปปะปาละที่ใหญ่ และสวยงามที่สุดในประเทศไทย

 

วัดพระแก้ว จ.เชียงราย

เครดิตภาพ : dekguide

 

การเดินทางเมื่อถึงห้าแยกพ่อขุนเม็งรายกลางตัวเมืองเชียงรายให้เลี้ยวซ้ายไปตามถนนสิงหไคล แล้วตรงเรื่อยๆ จนสุดทางสามแยกให้เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 100 เมตร จะเห็นวัดพระแก้วอยู่ทางขวามือ

 

ติดต่อสอบถามข้อมูล โทร. 0 5371 8534

 

วัดพระแก้ว จ.เชียงราย

เครดิตภาพ : evergo

 


 

 


บทความแนะนำ

ที่เที่ยวทั่วไทย

About the Author
Top