ทรงพระเจริญ รัชกาลที่ 10
ทรงพระเจริญ รัชกาลที่ 10
Search
ติดตามเรา
ที่เที่ยวอินเทรนด์
ที่กินติดดาว
ที่พักอินเทรนด์

พระอัจฉริยภาพด้านภาษา ก่อเกิดวรรณกรรมอันทรงคุณค่า

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ลำดับที่เก้าแห่งราชวงศ์จักรี

และเป็นพระมหากษัตริย์ที่เสวยราชย์ยาวนานถึง 70 ปี ทรงพระปรีชาสามารถหลายด้าน

ทั้งด้านกีฬา ด้านจิตรกรรม ด้านการถ่ายภาพ และด้านวรรณกรรม ทรงสนพระราชหฤทัยในงานด้านวรรณกรรม

เป็นอย่างยิ่ง จนเกิดเป็นหนังสือพระราชนิพนธ์หลายเล่มที่แฝงไว้ด้วยข้อคิด และความงดงามทางภาษา

รวมถึงมีพระราชประสงค์ส่งเสริมให้คนไทยรักการอ่าน

 

พระอัจฉริยภาพด้านภาษา

เครดิตภาพ : bloggang

 

1. พระราชานุกิจรัชกาลที่ 8 พ.ศ.2489

 

พระราชนิพนธ์เรื่อง พระราชานุกิจรัชกาลที่ 8 เป็นพระราชนิพนธ์เรื่องราวกิจวัตรของรัชกาลที่ 8

ทั้งกิจวัตรส่วนพระองค์ พระราชกิจ และพระราชานุกิจขณะเสด็จประพาสสถานที่ต่างๆ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้พิมพ์พระราชทานในการพระราชกุศล 100 วันพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล

ณ วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2489 ภาษาที่ทรงใช้สั้น กระชับ และได้ใจความชัดเจน

พระราชนิพนธ์เรื่องนี้ยังทำให้ผู้อ่านรักและเทิดทูนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเป็นอย่างยิ่ง

ทั้งยังแสดงพระปรีชาญาณด้านภาษาไทยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ดังขออัญเชิญความตอนหนึ่งในพระราชนิพนธ์เล่มนี้

 

อัญเชิญ ความตอนหนึ่งในพระราชนิพนธ์เรื่อง “พระราชานุกิจรัชกาลที่ 8”

 

“ตามปกติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรรทมตื่นเวลาเช้าระหว่าง 08.30 นาฬิกา นอกจากทรงมีพระราชกิจบางอย่าง

เช่น เสด็จพระราชดำเนิน เยี่ยมกรมกองทหารหรือสถานที่อื่นๆ ก็ตื่นบรรทมเวลาย่ำรุ่ง หรือก่อนย่ำรุ่ง

เมื่อสรงและแต่งพระองค์แล้ว เสด็จมายังห้องพระบรรทมสมเด็จพระอนุชาและสมเด็จพระราชชนนีก่อน

แล้วจึงเสด็จเสวยเครื่องเช้าพร้อมกันที่มุขพระที่นั่งด้านหน้าเวลาราว 09.00 นาฬิกา ถึง 09.30 นาฬิกา

บางวันทรงพระอักษรหรือตรัสเรื่องต่างๆ กับสมเด็จพระราชชนนี เวลา 10.00 นาฬิกา ถึง 10.30 นาฬิกา

ราชเลขานุการในพระองค์เฝ้าถวายหนังสือราชการ ทุกวันอังคารและวันศุกร์

ถ้ามีงานพระราชพิธีก็เสด็จพระราชดำเนินตามกำหนด เวลา 11.00 นาฬิกา ทรงปฏิบัติพระราชกิจบ้าง

ทรงสำราญพระราชอิริยาบถบ้าง สับเปลี่ยนกันเป็นวันๆ  ดังนี้ คือ

 

1. ทรงศึกษาภาษาไทยและพระพุทธศาสนา

 

2. ข้าราชการในกระทรวงและกรมต่างๆ ผลัดกันเข้าเฝ้าถวายรายงานกิจการตามหน้าที่

บางวันมีพระบรมวงศานุวงศ์และผู้ทรงคุ้นเคยเข้าเฝ้า

 

3. เสด็จพระราชพิธี

 

4. ถ้าไม่มีการเฝ้าหรือพระราชกิจอื่นใดก็มักจะทรงพระอักษร บางวันทรงรถยนต์ในบริเวณพระบรมมหาราชวัง”

 

พระราชานุกิจรัชกาลที่ 8

เครดิตภาพ : bangkokoldbook

 


 

2. เมื่อข้าพเจ้าจากสยามสู่สวิสเซอร์แลนด์ พ.ศ.2489

 

พระราชนิพนธ์เรื่อง “เมื่อข้าพเจ้าจากสยามสู่สวิสเซอร์แลนด์” ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือรายเดือน วงวรรณคดี

ฉบับประจำเดือนสิงหาคม พ.ศ.2490 เป็นตอนแรก โดยพระบรมราชานุญาตพิเศษเฉพาะหนังสือเล่มนี้เท่านั้น

ในขณะนั้นถือได้ว่าหนังสือวงวรรณคดี จัดว่าเป็นหนังสือที่ดีและมีเนื้อหาสาระที่มีคุณค่าอย่างมากในสมัยนั้น

 

พระราชนิพนธ์ “เมื่อข้าพเจ้าจากสยามสู่สวิสเซอร์แลนด์” เป็นบันทึกของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ได้พระราชนิพนธ์ขึ้นในช่วงเวลาเสด็จพระราชดำเนินเพื่อกลับไปศึกษาต่อที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์อีกครั้ง

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ.2489 หลังจากที่พระองค์ท่านทรงเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ 9

ในราชวงศ์จักรี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2489 พระองค์ได้ทรงบันทึกผ่านพระอักษรเป็นเรื่องราวการเดินทาง

แสดงถึงความรู้สึกของพระองค์ ตลอดถึงเหตุการณ์ที่ทรงได้ประสบพบเจอ

ดังขออัญเชิญ ความตอนหนึ่งในพระราชนิพนธ์เล่มนี้ที่พสกนิกรชาวไทย รู้สึกประทับใจ

 

อัญเชิญ ความตอนหนึ่งในพระราชนิพนธ์เรื่อง“เมื่อข้าพเจ้าจากสยามสู่สวิสเซอร์แลนด์”

 

“วันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2489 – วันนี้ถึงวันที่เราจะต้องจากไปแล้ว…พอถึงเวลาก็ลงจากรถพระที่นั่งพร้อมกับแม่

ลาเจ้านายฝ่ายใน ณ พระที่นั่งชั้นล่าง แล้วก็ไปยังวัดพระแก้ว เพื่อนมัสการลาพระแก้วมรกตและพระภิกษุสงฆ์

ลาเจ้านายฝ่ายหน้า ลาข้าราชการทั้งไทยและฝรั่ง แล้วก็ไปขึ้นรถยนต์ พอรถแล่นออกไปได้ไม่ถึง 200 เมตร

มีหญิงคนหนึ่งเข้ามาหยุดรถแล้วส่งกระป๋องให้เราคนละใบ ราชองครักษ์ไม่แน่ใจว่าจะมีอะไรอยู่ในนั้น

บางทีจะเป็นลูกระเบิด! เมื่อมาเปิดดูภายหลังปรากฏว่าเป็นทอฟฟี่ที่อร่อยมาก ตามถนนผู้คนช่างมากมายเสียจริงๆ

ที่ถนนราชดำเนินกลาง ราษฎรเข้ามาใกล้ชิดรถที่เรานั่ง กลัวเหลือเกินว่าล้อรถของเราจะไปทับแข้งทับขาใครเข้าบ้าง

รถแล่นฝ่าฝูงชนไปได้อย่างช้าที่สุด ถึงวัดเบญจมบพิตร รถแล่นเร็วขึ้นได้บ้าง ตามทางที่ผ่านมาได้ยินเสียง

ใครคนหนึ่งร้องขึ้นมาดังๆ ว่า “อย่าละทิ้งประชาชน” อยากจะร้องบอกเขาส่งไปว่า

“ถ้าประชาชนไม่ทิ้งข้าพเจ้าแล้วข้าพเจ้าจะละทิ้ง อย่างไรได้” แต่รถวิ่งเร็วและเลยไปไกลเสียแล้ว”

 

เมื่อข้าพเจ้าจากสยามสู่สวิสแลนด์

เครดิตภาพ : mthai

 


 

3. นายอินทร์ ผู้ปิดทองหลังพระ (แปล) พ.ศ.2537

 

เป็นอีกหนึ่งพระราชนิพนธ์ ที่ทรงแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษเรื่อง “A MAN CALLED INTREPID”

บทประพันธ์ของเซอร์วิลเลียม สตีเฟนสัน (William Stevenson) ถือเป็นหนังสือที่ได้รับความนิยม

และมียอดจำหน่ายกว่าสองล้านเล่ม พระองค์ทรงใช้ระยะเวลาในการแปลถึง 3 ปี

โดยหนังสือเล่มนี้มีจำนวนถึง 501 หน้า แสดงให้เห็นว่าทรงมีพระราชอุตสาหะในการแปลเป็นอย่างมาก

และในเดือนธันวาคม พ.ศ.2536 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายทั่วประเทศ ในปี พ.ศ. 2537 โดยมอบรายได้จากการจัดจำหน่ายสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา

 

หนังสือเรื่องนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับนายอินทร์ หรือ INTREPID เป็นชื่อรหัสของเซอร์วิลเลียม สตีเฟนสัน

ซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยราชการลับอาสาสมัครของอังกฤษ ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2

มีหน้าที่ล้วงความลับทางทหารของเยอรมัน เพื่อรายงานต่อเซอร์วินสตัน เชอร์ชิล นายกรัฐมนตรีอังกฤษ

และประธานาธิบดีรูสเวลท์ แห่งสหรัฐอเมริกา เพื่อร่วมกันต่อต้านการขยายอำนาจของนาซีหรือแผนร้ายของฮิตเลอร์

ที่หวังแผ่อำนาจเข้าครอบครองโลก โดยมี “นายอินทร์” และผู้ร่วมในงานนี้เป็นตัวอย่างของผู้กล้าหาญที่ยอมอุทิศชีวิต

เพื่อความถูกต้อง ยุติธรรม เสรีภาพ และสันติภาพ โดยไม่หวังลาภยศสรรเสริญใดๆ

 

นายอินทร์ ผู้ปิดทองหลังพระ

เครดิตภาพ : หนังสือของแผ่นดิน

 


 

4. ติโต (แปล) พ.ศ.2537

 

ติโต เป็นหนังสือที่พระองค์ทรงแปลจากต้นฉบับเรื่อง TITO ของ Phyllis Auty เมื่อปี พ.ศ.2519 เพื่อใช้ในศึกษา

และเรียนรู้บุคคลที่น่าสนใจของโลกคนหนึ่ง รวมถึงผู้สนใจในประวัติศาสตร์ได้รู้จัก ติโต อย่างกว้างขวางมากขึ้น

ทรงใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ใช้โวหารเปรียบเทียบที่คมคาย และทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ

ให้บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายทั่วประเทศ ในปี พ.ศ.2537

โดยมอบรายได้จากการจัดจำหน่ายสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา

 

ติโต เป็นนามของจอมพลติโต เดิมชื่อ โจซิบ โบรซ (Josip Broz) พ.ศ. 2435 – 2523 นายกรัฐมนตรีคอมมิวนิสต์คนแรก

(พ.ศ. 2488) และประธานาธิบดีของประเทศยูโกสลาเวีย (พ.ศ. 2496-2523) เกิดที่เมืองคุมโรเวค โครเอเชีย

และต่อมาในปี 2491 ติโตได้แยกประเทศออกจากโซเวียต ทำการพัฒนาประเทศและตั้งตนเป็นประเทศคอมมิวนิสต์อิสระ

(ลัทธิติโต) เป็นผู้ก่อตั้งสมาคมประเทศผู้ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ติโต เป็นรัฐบุรุษของประเทศยูโกสลาเวีย

ซึ่งประกอบด้วยหลายชนชาติ มีความแตกต่างทางด้านเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์

แต่ในยามวิกฤติประชาชนกลับมารวมกันเป็นปึกแผ่น สามารถรักษาความสมบูรณ์และเพิ่มพูนความเจริญของประเทศ

ตลอดชีวิตของเขา ในปี พ.ศ.2523 ติโตเสียชีวิตเมื่อมีอายุ 88 ปี หลังจากนั้นประเทศยูโกสลาเวียก็ค่อยๆ สลายลง

มีความแตกแยกจนยากที่จะแก้ไขได้

 

ติโต

เครดิตภาพ : วิชาการ .คอม

 


 

5. พระมหาชนก พ.ศ.2539

 

พระมหาชนก เป็นงานพระราชนิพนธ์ที่ทรงแปลเป็นทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ

ทรงพระราชนิพนธ์จากมหาชนกชาดกในพระไตรปิฎก ส่วนพระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกายชาดก เล่มที่ 4 ภาคที่ 2

ปรับแต่งดัดแปลงเล็กน้อยเพื่อให้เข้าใจง่าย สอดคล้องกับยุคสมัย และปัญหาโลกปัจจุบัน

มีฉบับพิเศษพิมพ์ทั้งสองภาษาโดยสำนักพิมพ์อมรินทร์ เมื่อปี พ.ศ.2542 หลังจากการพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2539

นับเป็นหนังสือที่สวยงามที่สุด ในประวัติศาสตร์การพิมพ์ ด้วยภาพเขียนประกอบโดยจิตรกรที่มีชื่อเสียงที่สุด

ของประเทศไทย 8 คน คือจินตนา เปี่ยมศิริ, ประหยัด พงษ์ดำ,พิชัย นิรันต์, ปรีชา  เถาทอง, เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์,

ปัญญา วิจินธนสาร, ธีระวัฒน์ คะนะมะ, เนติกร ชินโย พิมพ์ลายสีสวยสดใส ทำให้หนังสือน่าอ่านและน่าเก็บรักษา

พระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนกช่วยให้ทุกคนสามารถพิจารณาแนวดำเนินชีวิตที่เป็นมงคล

 

หัวใจของพระราชนิพนธ์เรื่อง “พระมหาชนก” คือเรื่อง “ความเพียร” ที่ต้องยึดมั่น แม้เทวดาจะแสร้งท้วงติงอย่างไร

ก็ต้องโต้แย้งเทวดาได้ เมื่อพระมหาชนกทรงยึดมั่นในความเพียร นางมณีเมขลาจึงมั่นใจว่าพระองค์ทรงเป็นผู้บำเพ็ญเพียร

มิสมควรตายในมหาสมุทร นางจึงได้ช่วยพาพระมหาชนกไปครองมิถิลานครแห่งชมพูทวีปต่อไป

 

พระมหาชนก

เครดิตภาพ : เว็บ – พระ

 


 

6. พระมหาชนก ฉบับการ์ตูน พ.ศ.2542

 

ถือเป็นการจัดทำพระราชนิพนธ์ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ เมื่อปี พ.ศ.2542

พระองค์ทรงโปรดฯ ให้จัดพิมพ์พระมหาชนก เป็นฉบับการ์ตูน เพื่อสะดวกแก่การศึกษาทำความเข้าใจของเด็กและเยาวชน

และยังมีการจัดพิมพ์เป็นฉบับอักษรเบรลล์เพื่อเผยแพร่แก่คนตาบอด

 

พระมหาชนกฉบับการ์ตูนนี้ผู้เขียนการ์ตูนประกอบคือ ชัย ราชวัตร โดยทรงมีพระราชดำริในการให้ใช้ลายเส้นแบบไทยๆ

เพื่อแสดงถึงความเป็นไทย

 

พระมหาชนก ฉบับการ์ตูน

เครดิตภาพ : usedbook

 


 

7. ทองแดง พ.ศ.2545

 

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระราชนิพนธ์ เรื่อง ทองแดง (The Story of Tongdaeng)

ซึ่งเป็นสุนัขทรงเลี้ยงตัวที่ 17 สุนัขธรรมดาที่ไม่ธรรมดา เพราะมีลักษณะพิเศษทั้งด้านกายภาพและอุปนิสัย แสนรู้

เฉลียวฉลาด เป็นสุนัขตัวโปรดของพระองค์ท่านที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ได้เผยแพร่เป็นภาษาไทยและอังกฤษในเล่มเดียวกัน

เรื่องทองแดงเป็นหนังสือพระราชนิพนธ์ที่ติดอันดับขายดีที่สุดของประเทศในปี พ.ศ.2545

 

หนังสือเล่มนี้ทรงได้พระราชนิพนธ์เกี่ยวกับความกตัญญูรู้คุณของคุณทองแดง รวมทั้งความจงรักภักดี ความมีมารยาท

และการสั่งสอนลูกของคุณทองแดง ในพระราชนิพนธ์ได้ทรงยกย่องคุณทองแดงในเรื่องความกตัญญูรู้คุณ

ของคุณทองแดงที่มีต่อแม่มะลิ

 

สำหรับหนังสือพระราชนิพนธ์ เรื่อง ทองแดง เล่มนี้ จัดพิมพ์เป็นหนังสือปกแข็งหนา 84 หน้า ขนาด 17 คูณ 26 ซ.ม.

พิมพ์ด้วยกระดาษอาร์ตมันอย่างดี ภาพประกอบสี่สีตลอดเล่ม

 

ทองแดง

เครดิตภาพ : วิชาการ .คอม

 


 

8. ทองแดง ฉบับการ์ตูน พ.ศ.2547

 

พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดพิมพ์อีกครั้งหนึ่งในปี พ.ศ.2547 ในรูปแบบลายเส้นการ์ตูน

โดยใช้ชื่อ “ทองแดงฉบับการ์ตูน” ที่จะพานักอ่านไปสัมผัสเรื่องราวของคุณทองแดง ฉบับการ์ตูน

เพื่อสะดวกแก่การศึกษาทำความเข้าใจของเด็กและเยาวชน อีกทั้งยังเป็นการปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน

ให้กับประชาชนชาวไทย

 

เรื่องราวในหนังสือเป็นการเล่าเรื่อง ตั้งแต่ประวัติความเป็นมาของ “แม่แดง” ซึ่งเป็นแม่ของทองแดง

พี่น้องของทองแดง เหตุการณ์วันที่ทองแดงได้เข้าเฝ้าฯ ถวายตัว ลักษณะพิเศษของทองแดง

อุปนิสัยใจคอและความฉลาดของทองแดง นอกจากเรื่องราวของทองแดง ยังมีเรื่องของสุนัขตัวอื่นๆ

ที่เกี่ยวข้องกับทองแดงอีกด้วย เช่น แม่มะลิ ทองดำ ทองแท้ และทองหลาง เป็นต้น

โดยแก่นของเรื่องยังทรงเน้นในเรื่องของ “ความจงรักภักดี ความกตัญญูรู้คุณ ความมีมารยาทที่ดี”

และการสั่งสอนลูกผ่านทางตัวละครเอกอย่าง “ทองแดง” อันเป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคม

 

ทองแดง ฉบับการ์ตูน

เครดิตภาพ : สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง

 


 

9. พระราชดำรัส

 

พระราชดำรัสทรงแปลจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ พระราชทานแก่คณะบุคคลที่เข้าเฝ้าถวายชัยมงคล

เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนพรรษาของทุกปี โดยพระองค์ทรงเริ่มแปลพระราชดำรัส เรื่องน้ำและสิ่งแวดล้อม

ซึ่งมีพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2532 พระราชดำรัสในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากสหประชาชาติ

และมีความประสงค์จะได้รับฉบับที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งทรงได้มีพระมหากรุณาธิคุณแปลพระราชดำรัสเอง

และจากพระราชดำรัสดังกล่าว ทำให้รัฐบาลมีมติให้ประกาศให้วันที่ 4 ธันวาคมของทุกปี

เป็นวัน “วันสิ่งแวดล้อมไทย” หลังจากนั้นก็ทรงแปลพระราชดำรัสในวันเฉลิมพระชนมพรรษาเรื่อยมา

 

พระราชดำรัส เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2532 จัดพิมพ์โดย คณะกรรมการประชาสัมพันธ์สิ่งแวดล้อม

คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงาน

 

นอกจากนั้นพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2534 เรื่องเกี่ยวกับ “รู้รักสามัคคี” จัดพิมพ์เผยแพร่โดย

คณะอนุกรรมการส่งเสริมการพัฒนาประชาธิปไตย ในคณะกรรมการเองลักษณ์ของชาติ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

 

พระราชดำรัส

เครดิตภาพ : วิชาการ .คอม

 


 

หนังสือพระราชนิพนธ์สามารถหาอ่านได้ที่ห้องสมุดในทุกสถาบันการศึกษา ห้องสมุดประชาชน

หรือถ้าต้องการเป็นเจ้าของ ก็สามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำได้ทั่วประเทศ

รายได้จากการจัดจำหน่ายหนังสือพระราชนิพนธ์ นำไปสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา

 

นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยังมีงานพระราชนิพนธ์บทความ

ซึ่งทรงแปลและเรียบเรียงไว้มีดังนี้

 

1. ข่าวจากวิทยุเพื่อสันติภาพและความก้าวหน้า จาก Radio Peace and Progress ในนิตยสาร Intelligence Degest

ฉบับลงวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 1975 (พ.ศ. 2518)

 

2. การคืบหน้าของมาร์กศิสต์ จาก The Marxist Advance Special Brief

 

3. รายงานตามนโยบายคอมมิวนิสต์ จาก Following the Communist Line

 

4. ฝันร้ายไม่จำเป็นจะต้องเป็นจริง จาก No Need for Apocalypse ในนิตยสาร The Economist

ฉบับลงวันที่ 17 พฤษภาคม ค.ศ. 1975 (พ.ศ. 2518)

 

5. รายงานจากลอนดอน จาก London Report ในนิตยสาร Intelligence Digest: Weekly Review

ฉบับลงวันที่ 18 มิถุนายน ค.ศ.1975 (พ.ศ. 2518)

 

6. ประเทศจีนอยู่ยง จง Eternal China ในนิตยสาร Intelligence Digest: Weekly Review

ฉบับลงวันที่ 13 มิถุนายน ค.ศ.1975 (พ.ศ. 2518)

 

7. ทัศนะน่าอัศจรรย์จากชิลีหลังสมัยอาล์เลนเด จาก Surprising Views from a Post-Allende Chile

ในนิตยสาร Intelligence Digest: Weekly Review ฉบับลงวันที่ 20 มิถุนายน ค.ศ.1975 (พ.ศ. 2518)

 

8. เขาว่าอย่างนั้น เราก็ว่าอย่างนั้น จาก Sauce for the Gander…ในนิตยาสาร Intelligence Digest: Weekly Review

ฉบับลงวันที่ 20 มิถุนายน ค.ศ.1975 (พ.ศ. 2518)

 

9. จีนแดง: ตั้วเฮียค้ายาเสพติดแห่งโลก จาก Red China: Drug Pushers to the World

ในนิตยสาร Intelligence Digest: Weekly Review ฉบับลงวันที่ 20 มิถุนายน ค.ศ.1975 (พ.ศ. 2518)

 

10. วีรบุรุษตามสมัยนิยม จาก Fashion n Heroes โดย George F.Will ในนิตยสาร Newsweek

ฉบับลงวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ.1979 (พ.ศ. 2522)

 


 

 

share...Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn

ติดตามเรา

บทความแนะนำ

ที่เที่ยวทั่วไทย

  • ช้อปเพลินๆ 8 สิ่งหายาก ย่านเยาวราช

    ช้อปเพลินๆ 8 สิ่งหายาก ย่านเยาวราช

    มาถึงถิ่นถนนมังกร ย่านเยาวราชไชน่าทาวน์ชื่อดังของกรุงเทพฯ แหล่งรวมร้านอาหาร สินค้ามากมาย ซื้อหากันได้ไม่หวาดไม่ไหว รวมถึงสินค้าจากจีนแผ่นดินใหญ่ มาหาซ …Read More
About the Author
Top