Search

 

 

ที่สุดในภาคตะวันตก 5 อุทยานแห่งชาติสุดประทับใจ

มีกิจกรรมท่องเที่ยวให้เลือกหลากหลาย ทั้งเทือกเขา น้ำตก ทะเลหมอก ถ้ำ หน้าผา ป่าชายเลน และชายทะเล

พื้นที่ภาคตะวันตกมีอุทยานแห่งชาติที่มีสภาพภูมิประเทศอันมีเสน่ห์และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวหลายแห่ง

Thailand Top Vote จึงขอเผยผลสำรวจ 5 อุทยานแห่งชาติในภาคตะวันตก ที่สุดแห่งความประทับใจ

ของนักท่องเที่ยวนิยมธรรมชาติ ที่ลงความเห็นว่าเคยไปมาแล้ว และประทับใจจนอยากกลับไปเยือนอีกครั้ง

 

อันดับที่ 5 อุทยานแห่งชาติหาดวนกร จ.ประจวบคีรีขันธ์

 

ทะเล หาดทราย และทิวสน ชายหาดทอดตัวเป็นแนวยาว หาดทรายขาวสะอาด มีทิวสนทะเลและสนประดิพัทธ์

เป็นแนวขนานกับทะเล บรรยากาศร่มรื่นสวยงาม พื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานฯ เป็นที่ราบหลังชายหาดวนกร

ในทะเลมีเกาะเล็กๆ 2 เกาะคือ เกาะจาน และเกาะท้ายทรีย์ มีลำห้วยที่สำคัญ ได้แก่ ห้วยคลองหินจวง

ไหลผ่านตอนกลางของพื้นที่เกาะจาน และเกาะท้ายทรีย์ มีชายหาดทรายที่ขาวละเอียดยาวประมาณ 100 เมตร

และมีแนวปะการังบริเวณท้ายเกาะ บนเกาะทั้งสองมีถ้ำซึ่งเป็นที่อยู่ของนกแอ่นกินนับแสนตัวหาดวนกร

ชายหาดอันลือชื่อของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นหาดทรายขาวสะอาดสลับกับโขดหินที่ยื่นลงไปในทะเล

มีทิวสนทะเลและสนประดิพัทธ์เป็นแนวยาวขนานไปกับทะเล บริเวณนี้มีเส้นทางการเดินป่าศึกษาธรรมชาติ

ชมพรรณไม้ และดูดอกไม้นานาชนิด และมีอ่าวมะค่า บริเวณคุ้งน้ำชายฝั่งทะเลจากบ้านวังด้วนถึงปากคลองน้ำจืด

ลักษณะเป็นหน้าผาริมทะเล มีโขดหิน ตลิ่งชัน สามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงาม ทางอุทยานฯ มีบ้านพัก

ให้บริการแก่นักท่องเที่ยว และสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสบรรยากาศแค้มป์ปิ้งริมชายทะเล มีสถานที่กางเต็นท์

และเต้นท์ไว้บริการบริเวณหาดวนกร

 

 

อันดับที่ 4 อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

 

เทือกเขาสลับซับซ้อนส่วนหนึ่งของเทือกเขาตะนาวศรี สภาพป่าเป็นป่าดิบชื้น มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่อย่างชุกชุม

ทั้งช้างป่า กระทิง วัวแดง กวางป่าหมี เก้ง สมเสร็จ ชะนี ลิง ค่าง ฯลฯ จนได้ชื่อว่า “ป่าซาฟารีเมืองไทย”

โดยเฉพาะ “ช้างป่า” ที่อยู่กันอย่างชุกชุม และเหล่าฝูงวัวกระทิง ที่จะออกมาหาอาหารกินในช่วงเย็น

ประมาณ 15.00 – 18.00 น. สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ในการนำทางไปยังจุดชมช้างและจุดชมฝูงวัวกะทิง

หรือจะใช้บริการพาเที่ยวด้วยรถยนต์ของชาวบ้านผู้ชำนาญพื้นที่ เพื่อดูวิถีชีวิตความเป็นอยู่ช่วงหนึ่งของช้าง

ที่ลงมากินน้ำ อาบน้ำ และหาอาหาร จุดชมกระทิงห่างจากจุดชมช้างไม่ไกล ฝูงกระทิงจะออกมาหากิน

หลังจากที่ช้างป่าออกมาหากินในบริเวณนั้นก่อน พบกระทิงมากถึง 80 ตัว คาดว่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี

มีกระทิงไม่น้อยกว่า 150 ตัว จุดชมช้างและชมกระทิงอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 20 กิโลเมตร

อุทยานแห่งชาติกุยบุรีจัดเส้นทางเดินเท้าที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจศึกษาธรรมชาติได้เข้าไปชมพรรณไม้หลากหลายชนิด

ที่หาชมได้ยาก ดูผีเสื้อ ดูนกนานาชนิด และโป่งธรรมชาติที่ช้างป่า สัตว์ป่าลงมาหากิน ระหว่างทางจะพบร่องรอยของช้างป่า

ทั้งกองมูลและรอยตีนช้าง ภายในอุทยานยังมีกิจกรรมสาธารณะประโยชน์สำหรับหมู่คณะ เช่น การทำโป่งเทียม

(อาหารสัตว์ป่า, ช้าง) กลุ่มประมาณ 60-100 คน ค่าใช้จ่ายประมาณ 1,500 บาท(ค่าอุปกรณ์), การปลูกพืชอาหารสัตว์

(ปลูกหญ้าให้สัตว์ป่า), ทำฝายชะลอน้ำ ค่าใช้จ่ายประมาณ 2,500บาท(ค่าอุปกรณ์), ปลูกต้นไม้ทำแนวกั้นช้างป่า เป็นต้น

 

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้แก่ น้ำตกดงมะไฟ น้ำตกผาหมาหอน น้ำตกด่านมะค่า น้ำตกผาสวรรค์ น้ำตกแพรกตะคร้อ

ที่น้ำตกตะแพรกค้อในช่วงฤดูฝนต่อฤดูหนาว อากาศหนาวเย็น มีทะเลหมอกงดงาม เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยว

ที่ชื่นชอบธรรมชาติอันบริสุทธิ์ การเดินป่า ดูนก ชมผีเสื้อ สามารถพักค้างแรมตั้งเต๊นท์กลางป่า และสัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิม

ของชนเผ่ากระเหรี่ยงบ้านป่าหมาก บ้านแพรกตะคร้อ ที่ยังคงมีวิถีชีวิตดั้งเดิม

 

 

อันดับที่ 3 อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง จ.ประจวบคีรีขันธ์

 

ครอบเครื่องทั้งภูเขา น้ำตก และชายทะเล พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงตามแนวเทือกเขาตะนาวศรี

ก่อกำเนิดเป็นน้ำตกที่สวยงามอลังการจำนวนมาก เช่น น้ำตกห้วยยาง น้ำตกเขาล้าน น้ำตกห้วยดินดาษ

น้ำตกขาอ่อน และน้ำตกบัวสวรรค์ ส่วนด้านตะวันออกติดทะเลอ่าวไทย มีชายหาดวนกร หาดทรายสวยงาม

ยาวประมาณ 7 กิโลเมตร งดงามด้วยทิวสนประดิพัทธ์และสนทะเลตลอดแนวชายหาด

พื้นที่อุทยานปกคลุมด้วยป่าเบญจพรรณ ป่าดิบเขา และป่าดิบแล้ง หากโชคดีจะได้พบเห็นสัตว์ป่า ทั้งช้างป่า หมีควาย

หมีหมา เลียงผา เสือดำ ค่าง ชะนี ลิงกัง หมูป่า เม่น เก้ง กระรอก ค้างคาว และนกป่านานาชนิด บนยอดเขาหลวงยังมีปูเจ้าฟ้า

ปูสวยงามพันธุ์ที่หาชมได้ยาก ที่นี่ขึ้นชื่อว่ามีน้ำตกสวยงามหลายแห่ง ที่ไม่ควรพลาดแห่งแรกคือ น้ำตกห้วยยาง

น้ำตกขนาดใหญ่ 7 ชั้น ที่ชั้น 4 มีจุดชมวิวมองเห็นไปได้ไกลถึงทะเลอ่าวไทย และชั้นที่ 5 สวยงามด้วยสายน้ำตกที่ไหลลงมา

จากหน้าผาหินสูงกว่า 15 เมตร นอกจากน้ำตกห้วยยางแล้วยังมีน้ำตกบัวสวรรค์ น้ำตกเขาล้าน น้ำตกห้วยดินดาษ

และน้ำตกขาอ่อน หรือน้ำตกทับมอญ น้ำตกแต่ละแห่งมีหลายชั้นให้ได้ทั้งเดินและปีนป่ายขึ้นไปชมอย่างเพลิดเพลิน

มีความสวยงามที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป อีกกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือ การพิชิตยอดเขาหลวงยอด

เขาสูงที่สุดของอุทยานฯ สูง 1,250 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ตลอดเส้นทางเดินขึ้นเขาหลวงประมาณ 7 กิโลเมตร

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง เป็นชั่วโมงแห่งการเรียนรู้นิเวศวิทยาของป่าดิบเขา

ได้สัมผัสอากาศที่หนาวเย็นมากในฤดูหนาว และหากมาในช่วงต้นฤดูฝนจะได้ชมทุ่งดอกกระเจียวที่กำลังบานสะพรั่ง

เป็นโบนัสสุดพิเศษ เส้นทางเดินป่าเส้นนี้ค่อนข้างสมบุกสมบัน จึงต้องติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานเป็นผู้นำทาง

ช่วงที่เหมาะในการพิชิตยอดเขาหลวงมากที่สุดคือระหว่างเดือนตุลาคม-เดือนกุมภาพันธ์

 

 

อันดับที่ 2 อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

 

ชมทะเลหมอกได้เกือบตลอดทั้งปี เดินป่าศึกษาธรรมชาติดูนกและดูผีเสื้อ นั่งเรือชมธรรมชาติเหนือเขื่อนแก่งกระจาน

ที่อุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย มีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ เป็นป่าต้นน้ำของแม่น้ำเพชรบุรี

และแม่น้ำปราณบุรี ภูมิทัศน์ที่มีทั้งทะเลสาบ น้ำตก ถ้ำ หน้าผาที่สวยงาม ทิวทัศน์สวยงามด้วยภูเขาสลับซับซ้อน

สภาพป่าสมบูรณ์เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าต่างๆ เช่น เลียงผา วัวแดง กระทิง นก ปลาต่างๆ และช้างป่า

 

ลักษณะภูมิประเทศมีทั้งส่วนที่เป็นพื้นดินและส่วนที่เป็นอ่างเก็บน้ำ อ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจาน

มีเนื้อที่ประมาณ 46.5 ตารางกิโลเมตร เขื่อนดินที่สร้างกั้นช่องทางระหว่างหุบเขา ทำให้เกิดเป็นพื้นน้ำกว้างขวาง

มองเห็นยอดเขาที่กลายเป็นเกาะโผล่พ้นน้ำ 30-40 เกาะ การนั่งเรือชมพระอาทิตย์ตกลงที่สันเขาตะนาวศรีในยามยามเย็น

คือช่วงเวลาที่มีชื่อเสียงของที่นี่มาก ผู้สนใจดูนกและผีเสื้อมักจะไปพักที่แค้มป์บ้านกร่าง ซึ่งเป็นจุดพักค้างแรมกางเต็นท์

มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง และอาจได้เห็นสัตว์ป่ามากมาย เช่น ช้างป่า กระทิง วัวแดง

เก้ง กวาง หมี และสัตว์ป่าสงวน เช่น เลียงผา เก้งหม้อ สมเสร็จ และแมวลายหินอ่อน มีชื่อเสียงโดดเด่นเรื่องการชมผีเสื้อ

ที่สวยงาม มีผีเสื้อมากกว่า 150 ชนิดให้ศึกษา โดยเฉพาะในหน้าแล้งราวเดือนเมษายนจะเห็นฝูงผีเสื้อจำนวนมหาศาล

บินลงไปกินดินโป่ง ชมนกหลากหลายชนิด เช่น นกกก นกกาฮัง นักถ่ายภาพนกและภาพผีเสื้อนิยมจัดทริปมาถ่ายภาพที่นี่

และกลับไปพร้อมภาพถ่ายที่สวยงามให้ได้ภาคภูมิใจ สถานที่ยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของที่นี่คือ เขาพะเนินทุ่ง

เป็นเขาที่สูงประมาณ 1,207 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง มีความหนาวเย็นตลอดปี มีทะเลหมอกในช่วงปลายฤดูฝน

และต้นฤดูหนาวที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่ง การขึ้นสู่ยอดเขาพะเนินทุ่ง มีเส้นทางเดินเท้า 2 เส้นทาง

เส้นทางแรกใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง อีกเส้นทางหนึ่งใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมง แต่ต้องข้ามเนินเขาหลายลูก

ผู้สนใจต้องติดต่อขอเจ้าหน้าที่ช่วยนำทาง เนื่องจากบางช่วงเป็นเส้นทางที่ลาดชันผ่านหน้าผา

 

จุดชมทะเลหมอก สามารถชมทะเลหมอกได้เกือบตลอดปี จุดชมวิวนี้อยู่บริเวณ กม.ที่ 36 ของเส้นทางสายวังวน-พะเนินทุ่ง

ก่อนถึงทางลงสู่น้ำตกทอทิพย์ ในยามเช้าจะมองเห็นทะเลหมอกสีขาวปกคลุมทั่วหุบเขา ต้องกางเต็นท์พักแรม

ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ (พะเนินทุ่ง) บริเวณ กม.30 เพื่อสะดวกในการตื่นขึ้นมาชมทะเลหมอกยามเช้า

 

 

อันดับที่ 1 อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน จ.ราชบุรี

 

สถานที่แห่งการผจญภัยประเภทลุยห้วยชมลำธาร แคมป์ปิ้ง และเดินเท้าสำรวจความสมบูรณ์ของผืนป่าตะวันตก

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติเหมาะกับผู้ที่ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้ง ชมทัศนียภาพอ่างเก็บน้ำกลางหุบเขา

ทั้งอ่างเก็บน้ำบ้านไทยประจัน อ่างเก็บน้ำบ้านตากแดด อ่างเก็บน้ำบ้านวังปลาช่อน อ่างเก็บน้ำบ้านห้วยศาลา

และอ่างเก็บน้ำท่าเคย

 

กิจกรรมยอดนิยมคือ เดินป่าชมแก่งเทียนป่า ซึ่งเป็นน้ำตกสามชั้น ระยะเดินทาง 1,100 เมตร เป็นโตรกธารน้ำตก

ที่มีโขดหินสวยงามแปลกตา และกิจกรรมเดินป่าตั้งค่ายพักแรม ชมลำห้วย 1 ถึงลำห้วย 5 ที่ประกอบด้วย

ลำห้วย 1 หรือ “โตรกห้วย” ลำห้วย 2 หรือ “โตรกธารหิน” เป็นจุดที่สวยงามมีพื้นที่ราบเหมาะแก่การกางเต้นท์พักแรม

ลำห้วย 3 หรือ “โตรกแซวสวรรค์” ลำห้วย 4 หรือ “โตรกบังไพร” และลำห้วย 5 หรือ “โตรกลีลา” ที่มีสถานที่กางเต้นท์

พักผ่อนชมวิว สามารถตั้งแคมป์พักแรมท่ามกลางป่าธรรมชาติได้ที่นี่

 

นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเดินป่าไปชมน้ำตกไทยประจัน โดยเดินทางจากห้วย 5 หรือ “โตรกลีลา”

เข้าไปอีกประมาณ 20 กิโลเมตร และต้องมีผู้ชำนาญทางนำทางไปกลับ 3 วัน 2 คืน เป็นน้ำตกขนาดกลาง

สูงประมาณ 8-11 เมตร จำนวน 11 ชั้น ภายในอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจันยังมีแหล่งท่องเที่ยว

อาบน้ำแร่เพื่อสุขภาพ น้ำพุร้อนโป่งกระทิง เป็นบ่อน้ำพุร้อนขนาดใหญ่อุณหภูมิประมาณ 45 องศาเซลเซียส

ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 40 กิโลเมตร

 

 

สำรวจข้อมูล /เรียบเรียงโดย
Thailand Top Vote

(เข้าชมวันนี้: 1 )
 

บทความแนะนำ

ที่พักผ่อนสบาย

ไปเที่ยวกันมั้ย!

ผู้หญิงต้องรู้

 

About the Author
@ กิน เที่ยว ทั่วไทย ทันกระแส ไม่ตกเทรนด์
Top