Search

 

 

ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 อุทยานแห่งชาติสุดประทับใจ

ดินแดนภาคอีสานนอกจากมีธรรมชาติที่สวยงาม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ยังมีอุทยานแห่งชาติ ทางประวัติศาสตร์

และวัฒนธรรมอันสะท้อนถึงร่องรอยการตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ของมนุษย์โบราณเมื่อหลายพันปีมาแล้ว

ไปท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติหลายแห่งจึงได้ทั้งชื่นชมความงามของธรรมชาติ และสำรวจร่องรอยอารยธรรมโบราณ

ไปด้วยในตัว Thailand Top Vote จึงขอเผยผลสำรวจ 5 อุทยานแห่งชาติในภาคอีสาน ที่สุดแห่งความประทับใจ

ของนักท่องเที่ยว ที่อยากไปเยือนอีกครั้งเพื่อเก็บเกี่ยวเรื่องราวและความประทับใจให้ครบถ้วน


อันดับที่ 5 อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว จ.มุกดาหาร

 

ภูเขาแห่งดอกบัวนี้มีธรรมชาติสวยงามมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยทิวทัศน์บนยอดภูเขา

ความวิจิตรพิศดารของหินผาและโขดหิน ไม้ดอกบนทุ่งหญ้าช่วงปลายฤดูฝน ลานหินสลับป่าเต็งรังแคระ

และดอกบัวธรรมชาติบนยอดเขา ตลอดจนร่องรอยของการต่อสู้อันเกิดจากการขัดแย้งของอุดมการณ์ทางการเมือง

ในอดีตประมาณปี พ.ศ. 2508 – 2525 พื้นที่ป่าอันอุดมสมบูรณ์แห่งนี้เคยเป็นพื้นที่แทรกซึมของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์

และยังพบร่องรอยภาพเขียนสีของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์อายุหลายพันปี นี่ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีศักยภาพทางการท่องเที่ยว

ทั้งด้านประวัติศาสตร์และด้านธรรมชาติที่สวยงาม

 

ภูผาแต้ม พบรูปรอยฝ่ามือ และภาพเขียนสีโบราณก่อนประวัติศาสตร์ สันนิษฐานว่าเป็นยุคเดียวกับภาพเขียนสี

ของอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ จ.มุกดาหาร และอุทยานแห่งชาติภูผาแต้ม จ.อุบลราชธานี ภาพเขียนสีและรอยฝ่ามือนี้

มีอยู่ที่เพิงผาของภูผาแต้ม ซึ่งมีลักษณะคล้ายถ้ำ ภาพเหล่านี้อยู่สูงจากพื้นถ้ำประมาณ 7-12 เมตร ถ้ำนี้ยาวประมาณ 60 เมตร

นอกจากนี้ยังมีถ้ำที่ยาวถึง 400 เมตร เป็นถ้ำธารลอดอยู่บนหลังผาแต้ม ถ้ำเต่าพันปี ยาว 400 เมตร ถ้ำค้อ ยาว 200 เมตร

ถ้ำไทรย้อย ยาว 100 เมตร

 

ภูสระดอกบัว เป็นภูเขาสูงที่ยอดภูมีแอ่งหินขนาดกว้างประมาณ 2-3 เมตร ลึกประมาณ 1 เมตร อยู่ 5-6 แอ่ง มีน้ำขังตลอดปี

มีบัวพันธุ์ขนาดเล็กขึ้นอยู่เต็มสระ ยามดอกบัวออกดอกแลดูสวยงามมาก ชาวบ้านเล่ากันว่ามีบัวขึ้นอยู่อย่างนี้มานานแล้ว

และเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ จึงได้ชื่อว่า “ภูสระดอกบัว” และบริเวณเดียวกันมีถ้ำขนาดใหญ่เคยเป็นที่อยู่อาศัย

ของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์สมัยต่อสู้กับทางการ ถ้ำขนาดใหญ่นี้สามารถจุคนได้ถึง 100 คน

 

นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวอีกหลายแห่ง เช่น ผามะเกลือ ภูผาแตก และภูผาหอม ซึ่งมีผู้นิยมมาชมพระอาทิตย์ตก

และพักค้างแรมกันมาก ภายในอุทยานแห่งนี้ยังมีชื่อเสียงเรื่องทิวทัศน์สวยงามของลานหินและป่าเต็งรังแคระที่พบได้ทั่วไป

ลักษณะเป็นลานหินยาวขนาดใหญ่สลับกับป่าเต็งรังแคระ บางแห่งมีขนาด 20 – 40 ไร่ บางแห่งเป็นป่าเต็งรังสลับป่าหญ้าเพ็ก

พบอยู่หลายแห่ง เช่น หลังภูวัด หลังภูผาหอม หลังภูสระดอกบัว ภูกกบก ภูหัวนาค เป็นต้น

 

 

อันดับที่ 4 อุทยานแห่งชาติภูผายล จ.สกลนคร

 

ไปตามหาร่องรอยอารยธรรมมนุษย์โบราณหลายพันปีที่อุทยานแห่งชาติภูผายล ภายในบริเวณพื้นที่ที่ราบสูง

สลับกับเทือกเขาหินทราย มีธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงาม เช่น น้ำตก ถ้ำ หน้าผา เนินหิน ลานทุ่งดอกไม้ป่า

และอ่างเก็บน้ำ รวมถึงร่องรอยการตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัยในพื้นที่นี้เมื่อหลายพันปีมาแล้วของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์

 

ที่นี่ไม่ได้มีเพียงธรรมชาติที่สวยงาม แต่พบหลักฐานทางประวัติศาสตร์อายุหลายพันปี อาทิ ภูผายล

สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุด มีบันไดขึ้นภูทั้งหมด 238 ขั้น บนยอดภูนอกจากจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงามแล้ว

บนผนังผายังมีรอยแกะสลักโบราณของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์อายุกว่า 3,000 ปี เป็นรูปคน กวาง วัว ควาย

ลายเรขาคณิต ฝ่ามือ เป็นต้น

 

ภายในอุทยานแห่งชาติแห่งนี้มีถ้ำที่มีชื่อเสียงหลายถ้ำ แต่ความโดดเด่นของถ้ำที่นี่คือ

ไม่ได้มีแค่ความสวยงามตามธรรมชาติของถ้ำ แต่ภายในถ้ำยังพบร่องรอยของมนุษย์โบราณ เช่น ถ้ำม่วง

อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 5 กิโลเมตร ที่ผาหินมีภาพสลักโบราณอายุ 2,000-3,000 ปี ถ้ำพระด่านแร้ง

เดินเท้าจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติไปเพียง 350 เมตร ลักษณะถ้ำเป็นเพิงผาหินทราย ยาว 60 เมตร สูง 3 เมตร

มีภาพแกะสลักโบราณเป็นภาพเรขาคณิต ภาพมือ และภาพสัตว์ต่างๆ

 

หลังจากตามรอยมนุษย์โบราณที่เคยอาศัยอยู่ในแถบนี้แล้ว ถึงเวลาชื่นชมธรรมชาติที่อ่างเก็บน้ำห้วยหวด

อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 700 เมตร มีจุดชมทิวทัศน์บริเวณสันเขื่อนและหน้าผาใกล้ขอบอ่างหลายแห่ง

มีทิวทัศน์เป็นลานหินธรรมชาติ เหมาะสำหรับมาพักผ่อนตั้งค่ายพักแรมแค้มป์ปิ้ง ทำกิจกรรมทางน้ำ ล่องแพ ล่องเรือ

พายเรือแคนูหรือเรือคยัค เดินป่าศึกษาธรรมชาติ และชมภาพพระอาทิตย์ตกน้ำยามเย็น

 

ที่นี่ยังมีจุดชมทะเลหมอกที่ภูก่อ อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ภย. 2 (ห้วยค้อ) ประมาณ 5 กิโลเมตร

เป็นยอดเขาสูงที่สุดของ จ.สกลนคร มีลักษณะเป็นหน้าผาที่ทอดยาวคล้ายกำแพง สามารถชมทะเลหมอกยามเช้า

ที่มักเกิดขึ้นในช่วงหน้าหนาว ประมาณเดือนธันวาคม-มกราคม ของทุกปี

 

 

อันดับที่ 3 อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย จ.เลย

 

ชื่อเสียงของภูสวนทรายคือ การชมทะเลหมอกอันงดงามในยามเช้า และสัมผัสบรรยากาศของพระอาทิตย์ตก

ที่จุดชมวิวภูหัวฮ่อม ทะเลหมอกจะเห็นได้ง่ายในช่วงปลายฝนประมาณเดือนกันยายน – ตุลาคม เป็นแหล่งท่องเที่ยว

ที่ได้รับความนิยมอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดเลย มีพื้นที่ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์อากาศเย็นสบายตลอดปี

ในช่วงฤดูหนาวอากาศหนาวเย็นมาก

 

“ภูหัวฮ่อม” เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง มีจุดชมวิว

ที่สามารถมองเห็นเทือกเขาสลับซับซ้อนอันเป็นพรมแดนไทยลาว มองไปทางขวาคือเนิน 1428

อันเคยเป็นสมรภูมิความขัดแย้งเรื่องพรมแดนที่คนไทยรู้จักกันในชื่อสมรภูมิร่มเกล้า นักท่องเที่ยวนิยมกางเต็นท์พักแรมที่นี่

เพื่อสัมผัสบรรยากาศขุนเขาและตื่นมาชมทะเลหมอกยามเช้าอย่างสะดวกสบาย

 

สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อาทิ หินสี่ทิศ ด้านทิศใต้ของภูสวนทรายมีหินอยู่ 4 ก้อน โผล่ขึ้นกลางป่าดงดิบ

เป็นเสมือนประตูสู่ภูสวนทราย ชาวบ้านขึ้นไปสักการะทุก 3 ปี เรียกว่า บุญภูใหญ่หรือบุญสวนเมี่ยง

ทำปลายเดือน 3 ต้นเดือน 4 ไม่กำหนดวันที่แน่นอน

 

จุดชมวิว เนิน 1408 จัดเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของภาคอีสาน เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุด

ของอุทยานแห่งชาติภูสวนทราย สามารถพักแรมที่บนยอดเขาได้โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ในการเดินทางทุกครั้ง

เส้นทางเดินเริ่มจากที่ทำการอุทยานสู่เนิน 1408 ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นเส้นทางเดินป่า

ที่จะได้สัมผัสกับพันธุ์ไม้ป่าสวยงามและนกนานาชนิด

 

อุทยานแห่งชาติภูสวนทรายยังมีน้ำตกอีกจำนวนมาก ที่มีชื่อเสียง เช่น น้ำตกตาดเหือง น้ำตกคิ้ง น้ำตกวังตาด ฯลฯ

สำหรับนักดูนก เส้นทางดูนกภูสวนทรายมีถึง 6 เส้นทาง สามารถดูนกได้เลยบริเวณที่ทำการอุทยานฯ

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และร้านค้าสวัสดิการของอุทยานฯ หรือจะไปตามเส้นทางดูนกอีก 6 เส้นทางก็ได้เช่นกัน

นกที่พบ ได้แก่ เหยี่ยวนกเขาหงอน ไก่ฟ้าหลังขาว นกตั้งล้อ นกขุนทอง นกปากนกแก้วหางสั้น นกมุ่นนรกคอแดง

นกเสือแมลงหัวขาว นกกินแลงหัวสีทอง นกภูหงอนหัวน้ำตาลแดง นกอีเสือหลังเทา และนกกระเบื้องผา

นกกระทาดงอกสีน้ำตาล และนกนานาพันธุ์อีกมากมาย

 

 

อันดับที่ 2 อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย

 

พิชิตยอดภูกระดึง กิจกรรมยอดฮิตของนักท่องเที่ยวผู้แข็งแกร่ง เส้นทางเดินป่าปีนเขาขึ้นสู่ยอดภูเขาหินทราย

ยอดตัดแห่งนี้มีเสน่ห์ดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนครั้งแล้วครั้งเล่า โดยไม่เข็ดกับความเหนื่อยยาก

ของเส้นทางพิชิตยอดภูกระดึง เพราะเมื่อขึ้นไปถึงยอดภู ธรรมชาติอันงดงามที่รอคอยอยู่บนนั้นช่างงดงาม

คุ้มค่ากับความเหนื่อยทั้งหมด

 

ภูกระดึงเป็นภูเขาที่มีที่ราบบนยอดภูเนื้อที่ประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร ธรรมชาติบนยอดภูกระดึง

คุ้มค่ากับการดั้นด้นเหนื่อยยากปีนขึ้นมา เมื่อไปถึงยอดภูกระดึงกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวพลาดไม่ได้คือ

การเดินป่าชมธรรมชาติในเส้นทางท่องเที่ยวบนยอดเขาภูกระดึง ซึ่งแบ่งออกได้เป็นสองส่วนใหญ่ๆ

คือบริเวณท่องเที่ยวปกติ และบริเวณป่าปิด

 

บริเวณแหล่งท่องเที่ยวปกติแบ่งได้เป็นสองเส้นทางคือ เส้นทางน้ำตก และเส้นทางเลียบผา ส่วนบริเวณป่าปิด

แบ่งได้เป็นเส้นทางน้ำตกขุนพอง และเส้นทางผาส่องโลก แต่ละเส้นทางจะพาไปชมน้ำตก หน้าผา และจุดชมวิว

ที่ถ่ายภาพได้งดงามราวกับภาพวาด ภูกระดึงยังขึ้นชื่อเรื่องการชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกที่สวยงามจับใจ

โดยจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ชมได้ที่ผานกแอ่นเพียงที่เดียว ห่างจากที่พักประมาณ 2 กิโลเมตร และจุดชมพระอาทิตย์ตก

ที่ผาหมากดูกซึ่งใกล้ที่พักที่สุดประมาณ 2 กิโลเมตร และที่ผาหล่มสักเป็นจุดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

สามารถชมพระอาทิตย์ตกในบรรยากาศแวดล้อมที่งดงามไม่เหมือนที่ใด

 

 

อันดับที่ 1 อุทยานแห่งชาติภูเรือ จ.เลย

 

สักครั้งหนึ่งในชีวิตการได้ชม “แม่คะนิ้ง” น้ำค้างยอดหญ้าจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งยามเช้า

เมื่ออุณหภูมิของค่ำคืนนั้นติดลบ เป็นประสบการณ์ที่สุดประทับใจที่ไม่ควรพลาด

เมื่อได้มาเยือนภูเรือในช่วงหน้าหนาวที่อากาศหนาวเย็นมากที่สุด

 

ป่าภูเรือประกอบด้วยทิวเขาสูงสลับซับซ้อนเรียงรายเป็นรูปต่างๆ สลับกับที่ราบ ที่ได้ชื่อว่า “ภูเรือ”

เพราะมีภูเขาลูกหนึ่งมีชะโงกผายื่นออกมาดูคล้ายเรือสำเภาใหญ่ มีที่ราบบนยอดเขาลักษณะคล้ายท้องเรือ

ยอดเขาสูงที่สุดคือ ยอดภูเรือ เป็นหน้าผาสูงชัน พื้นที่โดยรอบปกคลุมด้วยป่าสนเขา สลับกับลานหินธรรมชาติ

มีอากาศเย็นตลอดปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวอากาศหนาวเย็นมาก จนกระทั่งน้ำค้างบนยอดหญ้า

แข็งตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ซึ่งมีภาษาพื้นเมืองเรียกว่า “แม่คะนิ้ง”

 

บนที่ราบยอดภูเรือมีเส้นทางเดินป่าผ่านบริเวณที่มีดอกไม้เล็กๆ เช่น กระดุมเงิน ดาวเรืองภู เปราะภู

ซึ่งจะออกดอกบานสะพรั่งไปทั่วทั้งป่าในช่วงหน้าหนาว และที่ป่าสนบริเวณทุ่งกวางตาย มีดอกกระเจียวบาน

ในช่วงต้นฤดูฝนราวเดือนพฤษภาคม และที่ผาโหล่นน้อย เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามที่สุด

อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 3 กิโลเมตร บนภูเรือยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น ซับหนองหิน น้ำตกห้วยเตย

น้ำตกห้วยไผ่ น้ำตกหินสามชั้น ผาซำทอง ลานสาวเอ้ สวนหินพาลี หินค้างหม้อ หินพานขันหมาก และถ้ำไทร

ซึ่งล้วนมีทัศนียภาพที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ไว้ให้มีรูปลักษณ์ที่สวยงามแปลกตา

 

 

สำรวจข้อมูล /เรียบเรียงโดย
Thailand Top Vote

(เข้าชมวันนี้: 1 )
 

บทความแนะนำ

ที่พักผ่อนสบาย

ไปเที่ยวกันมั้ย!

ผู้หญิงต้องรู้

 

About the Author
@ กิน เที่ยว ทั่วไทย ทันกระแส ไม่ตกเทรนด์
Top