Search

 

 

ที่สุดในภาคเหนือ 5 อุทยานแห่งชาติสุดประทับใจ

ขุนเขา น้ำตก ทะเลหมอก ดอกไม้ และธรรมชาติอื่นๆ อีกมากมายภายในอุทยานแห่งชาติหลายสิบแห่งในภาคเหนือของไทย

ล้วนสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนที่มีโอกาสได้สัมผัสธรรมชาติอันงดงามเหล่านั้น Thailand Top Vote จึงขอเผยผลสำรวจ

5 อุทยานแห่งชาติในภาคเหนือ ที่สุดแห่งความประทับใจของนักท่องเที่ยว……ไปดูกันว่ามีที่ไหนบ้าง

 

อันดับที่ 5 อุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย จ.แพร่

 

มีสภาพเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน ก่อเกิดเป็นน้ำตกสวยงามหลายแห่ง เช่น น้ำตกแม่เกิ๋งหลวง น้ำตกแม่เกิ๋งน้อย

และยังมีบ่อน้ำแร่แม่จอก ซึ่งเป็นบ่อน้ำร้อนที่สามารถไปใช้บริการอาบน้ำแร่ให้ชื่นใจเพื่อสุขภาพได้

 

สถานที่น่าสนใจภายในอุทยานฯ ได้แก่ น้ำตกแม่เกิ๋งหลวง และแม่เกิ๋งน้อย น้ำตกสวยงามไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้นๆ

คล้ายขั้นบันไดลงมาจากดอยแม่เกิ๋ง แม่เกิ๋งเป็นภาษากะเหรี่ยงหมายถึงขั้นบันได ลักษณะของน้ำตกแม่เกิ๋งหลวง

เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ความสูง 7 ชั้นลดหลั่นกันลงมาจากภูเขาที่ลาดชัน อยู่ห่างจากที่ทำการฯ ประมาณ 1 กิโลเมตร

มีเส้นทางปีนป่ายขึ้นไปชมความงามของน้ำตกระยะทางจากชั้นที่ 1 ถึงชั้นที่ 7 กว่า 200 เมตร

บางช่วงของแต่ละชั้นมีแอ่งน้ำใสสะอาดที่ลงเล่นน้ำให้สบายอารมณ์ได้

 

ส่วนน้ำตกแม่เกิ๋งน้อยต้องเดินเท้าจากที่ทำการฯ ไปประมาณ 2 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีน้ำตกที่สวยงามอีกหลายแห่ง

เช่น น้ำตกปันเจน น้ำตกปางป่ากล้วย น้ำตกแม่สิน น้ำตกแม่จอก น้ำตกแม่ป้าก น้ำตกแม่รัง น้ำตกขุนห้วย น้ำตกสลก

น้ำตกแม่อ้อ เป็นต้น

 

เมื่อเล่นน้ำตกแล้วอาจจะเดินทางไปอาบน้ำแร่ที่บ่อน้ำร้อนแม่จอก เป็นบ่อน้ำร้อนที่ผุดขึ้นมาจากพื้นที่บริเวณนั้น

มีอุณหภูมิประมาณ 80 องศาเซลเซียส ในตอนเช้าจะมีหมอกควันที่เกิดจากไอน้ำลอยอยู่เต็มบริเวณ

ทำให้เกิดภาพที่สวยงามแปลกตา

 

ทรัพยากรการท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น ดงตะเคียน กลุ่มไม้ตะเคียนทองที่ขึ้นหนาแน่น อายุ 100 กว่าปี

มีขนาดใหญ่สุด 3 – 4 คนโอบ ต้องใช้ทางเดินเท้าเข้าไปชม อยู่ห่างจากที่ทำการฯ 15 กิโลเมตร จุดชมเถาวัลย์ยักษ์

เป็นเถาสะบ้าขนาดใหญ่ อยู่ห่างจากที่ทำการฯ 1 กิโลเมตร

 

สำหรับนักเดินป่าศึกษาธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติเวียงโกศัยได้จัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติ

เพื่อผู้ที่สนใจศึกษาระบบนิเวศของป่าและความหลากหลายทางธรรมชาติไว้ 4 เส้นทาง ได้แก่

เส้นทางศึกษาธรรมชาติหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ วศ.3 (แม่อิบ) – ดงตะเคียน, เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกแม่รัง,

เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกแม่พุงหลวง และเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกห้วยอ้อ

 

 

อันดับที่ 4 อุทยานแห่งชาติสาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน

 

พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูงสลับกับที่ราบริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน ซึ่งปกคลุมไปด้วยป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง

ที่ยังอุดมสมบูรณ์ กิจกรรมยอดนิยมเมื่อนักท่องเที่ยวมาเยือนที่นี่คือ การล่องเรือชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำสาละวิน

และตั้งค่ายพักแรมริมแม่น้ำอุทยานแห่งชาติสาละวิน ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน ซึ่งกั้นพรมแดนระหว่างไทยกับพม่า

แม่น้ำสาละวินที่ชาวแม่ฮ่องสอนเรียกว่า “แม่น้ำคง” ในฤดูหนาวสามารถชมความงามของป่าผลัดใบเปลี่ยนสีตลอดสองลำน้ำ

ในฤดูหนาวและฤดูร้อนระดับน้ำจะลดต่ำมองเห็นหาดทรายขาวละเอียดทั้งสองฝั่งสลับกับโขดหิน

นักท่องเที่ยวนิยมมากางเต็นท์พักแรมบนหาดทรายริมน้ำ และนั่งเรือชมความงามของธรรมชาติริมสองฝั่งน้ำ

 

ภายในอุทยานแห่งชาติมีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว 3 จุดคือ จุดที่ 1 บริเวณที่ทำการอุทยานฯ

จุดที่ 2 บริเวณหน่วยบ้านแม่สามแลบ (สว.4) ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 45 กิโลเมตร อยู่ติดริมแม่น้ำสาละวิน

และจุดที่ 3 บริเวณหน่วยบ้านท่าตาฝั่ง หมู่บ้านริมแม่น้ำสาละวิน ต้องนั่งเรือจากบ้านแม่สามแลบขึ้นไปอีก 45 นาที

ที่บ้านท่าตาฝั่ง นักท่องเที่ยวสามารถไปกางเต็นท์นอนริมแม่น้ำสาละวิน บริเวณที่มีหาดทรายสวยงามยาวประมาณ 200 เมตร

 

ผู้สนใจล่องเรือสามารถไปติดต่อนั่งเรือหางยาวของชาวบ้านที่บ้านแม่สามแลบ และบ้านท่าตาฝั่ง เพื่อล่องไปตามลำน้ำ

ซึ่งมี 2 เส้นทางให้เที่ยวชม เส้นทางที่หนึ่งมีจุดหมายที่สบเมย ซึ่งเป็นบริเวณที่แม่น้ำเมยมาบรรจบแม่น้ำสาละวิน

ใช้เวลาเดินทางไป-กลับประมาณ 1 ชั่วโมง เส้นทางที่สอง บ้านซิมูท่า-บ้านแม่ปอ-บ้านท่าตาฝั่ง

ใช้เวลาไป-กลับประมาณ 1 ชั่วโมง

 

นอกจากนี้ยังมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งคือ ป่าต้นสักใหญ่ หน่วยพิทักษ์อุทยานที่ สว.3 (ห้วยบง)

มีต้นสักใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ รองจากต้นสักใหญ่ที่วนอทยานสักใหญ่ ที่ จ.อุตรดิตถ์ พร้อมทั้งชมน้ำตกห้วยบง

น้ำตกขนาดเล็กที่มี 3 ชั้น และเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติป่าต้นสักใหญ่ระยะทาง 3 กิโลเมตร ระหว่างทางมีจุดชมวิว

ที่มองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของ อ.แม่สะเรียง

 

 

อันดับที่ 3 อุทยานแห่งชาติแม่ปืม จ.พะเยา

 

โดดเด่นด้วยสถานที่ตั้งแคมป์พักแรมอย่างใกล้ชิดธรรมชาติริมอ่างเก็บน้ำแม่ปืม บรรยากาศร่มรื่นริมทะเลสาบ

สามารถทำกิจกรรมตกปลา เล่นน้ำ และพายเรือยาง ยามเช้าตื่นมาชมทะเลหมอกสวยงามที่ปกคลุมผืนน้ำ

ส่วนยามเย็นไม่ควรพลาดชมพระอาทิตย์อัสดงกลางผืนน้ำทะเลสาบที่งดงามมาก โดยรอบอ่างเก็บน้ำเป็นป่าเต็งรัง

สภาพสมบูรณ์มีต้นพลวงเป็นไม้เด่น มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติรอบอ่างเก็บน้ำ และในระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม

ของทุกปีมีนกเป็ดน้ำจำนวนมากอพยพมาอาศัยที่อ่างเก็บน้ำแม่ปืม

 

เมื่อพักแรมริมทะเลสาบแล้วสามารถเดินทางไปชมวิวที่จุดชมวิวดอยงาม (ดอยหัวงุ้ม) เป็นภูเขาที่สูงที่สุด

ของอุทยานแห่งชาติแม่ปืม มีลักษณะเป็นภูเขายอดตัดคล้ายภูกระดึง มีที่ราบบนยอดดอยประมาณ 25 ตารางกิโลเมตร

สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก ใกล้เคียงกับจุดชมพระอาทิตย์มีดงกล้วยไม้ป่าซึ่งจะขึ้นตามต้นไม้

และโขดหินเป็นจำนวนมาก ถัดจากดงกล้วยไม้ทางด้านขวามีลานหินแตกที่มีไลเคน และมอสเกาะอยู่เป็นบริเวณกว้าง

มีสนสองใบขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นสะท้อนถึงระบบนิเวศที่ยังสมบูรณ์อยู่มาก

 

ในช่วงปลายฝนต้นหนาวสามารถไปชมทุ่งดอกไม้ที่เขาสอง บนสันเขาสองเป็นที่ราบซึ่งมีลานหินสลับทุ่งหญ้าและป่าสนเขา

ในช่วงปลายฝนต้นหนาวจะมีดอกไม้ป่าบานเต็มทุ่งและลานหิน ผู้สนใจจะขึ้นเขาสองสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางได้ที่

ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ยังมีจุดชมป่าเปลี่ยนสีที่ดอยปุย ซึ่งเป็นจุดชมป่าเปลี่ยนสีที่งดงามมากอีกแห่งหนึ่ง

 

เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนกลับแวะนมัสการวัดพระบาทตากผ้า ซึ่งมีก้อนหินขนาดใหญ่ 2 ก้อน ก้อนหนึ่งมีรอยเท้าขนาดใหญ่ซึ่งเชื่อว่าเป็นรอยพระบาทของพระพุทธเจ้า อีกก้อนหนึ่งเป็นลานหินมีรอยสี่เหลี่ยมผืนผ้าคล้ายรอยตากผ้า และมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่มีน้ำไหลออกมาจากโขดหินเกือบตลอดทั้งปี

 

 

อันดับที่ 2 อุทยานแห่งชาติขุนสถาน จ.น่าน

 

ด้วยวิวทิวทัศน์ของขุนเขาและสายหมอกอันงดงาม จนได้รับการขนามนามว่า “สวรรค์บนดิน”

ได้ชื่อว่ามีบ้านพักอุทยานแห่งชาติที่มีวิวงดงามที่สุด สามารถมองเห็นทะเลหมอกและขุนเขาแห่งเมืองน่าน

สุดลูกหูลูกตาได้จากภายในห้องนอนของบ้านพัก ที่บ้านพักดอยแม่จอก 1 ที่ต้องจองล่วงหน้ากับทางอุทยานแห่งชาติ

 

ผืนป่าที่กว้างใหญ่ฝั่งขวาแม่น้ำน่านตอนใต้ ปกคลุมด้วยป่าไม้หลากหลายต่างๆ โดยในช่วงปลายเดือนธันวาคม

ดอกพญาเสือโคร่งที่เรียกขานกันว่าเป็น ซากุระเมืองไทย จะออกดอกเบ่งบานในสถานีวิจัยน้ำขุนสถาน

ซึ่งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยาน 2.5 กิโลเมตร ต่อมาในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ที่สถานีวิจัยน้ำขุนสถานแห่งนี้

ยังมีดอกชมพูภูคา ซึ่งจะเริ่มบานทิ้งช่วงห่างจากดอกพญาเสือโคร่งประมาณ 1-2 เดือน

 

ภายในอุทยานแห่งชาติขุนสถานยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ อาทิ ล่องเรือชมความสวยงามของธรรมชาติ

และทิวทัศน์ขุนเขาสองฝั่งลำน้ำน่านตอนบนของเขื่อนสิริกิตติ์ หลังจากนั้นไปเที่ยวชมน้ำตกหลายแห่ง

เช่น น้ำตกตาดหมอก น้ำตกขนาดใหญ่มี 3 ชั้น ความสูงประมาณ 50 เมตร น้ำตกผาแดง น้ำตก 4 ชั้น

แต่ละชั้นมีขนาดใหญ่ และน้ำตกขุนลี เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่สูงประมาณ 100 เมตร อยู่บริเวณดอยกู่สถาน

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบผจญภัย กว่าจะไปถึงน้ำตกใหญ่แห่งนี้ได้ต้องเดินป่าผ่าดงทากประมาณ 4 ชั่วโมง

 

จุดชมวิวที่สำคัญมี 2 แห่งคือ ดอยกู่สถาน สูงถึง 1,630 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีจุดชมวิวที่สวยงาม

อากาศหนาวเย็นตลอดปี มีเส้นทางเดินป่าระยะไกล มีจุดที่สามารถดูผีเสื้อหลากหลายพันธุ์ได้ และดอยแม่จอก

ยอดดอยที่มีความสูง 1,424 เมตรจากระดับน้ำทะเล อากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี มีจุดชมทิวทัศน์เทือกเขา

ที่เรียงรายสลับซับซ้อน มีจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและชมทะเลหมอกยามเช้า รวมถึงมีเส้นทางเดินป่าระยะไกล

สำหรับผู้ชื่นชอบการเดินป่า

 

 

อันดับที่ 1 อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่

 

ยอดดอยอินทนนท์มีชื่อเสียงให้เล่าขานไม่มีวันจบ ใครๆ ก็อยากขึ้นไปชม “เหมยขาบ” หรือน้ำค้างแข็ง

ขาวโพลนยามเช้า เมื่ออุณหภูมิที่ยอดหญ้าติดลบ ชมดอกกุหลาบพันปีที่เบ่งบานสวยงาม

สามารถชมได้ครั้งเดียวในช่วงหน้าหนาว และจะร่วงโรยไม่เกินเดือนมีนาคมของทุกปี

นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นเพื่อสัมผัสอากาศเย็นจัดที่บางวันถึงขั้นติดลบที่จุดชมวิวบนยอดดอย

ชมทะเลหมอกยามเช้าที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่ง โดยในช่วงฤดูหนาวยังมีวิวทะเลหมอกให้ได้ชมเกือบตลอดวันอีกด้วย

 

ดอยอินทนนท์เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัยซึ่งพาดผ่านจากประเทศเนปาล ภูฐาน พม่า และมาสิ้นสุดที่นี่

ยอดดอยอินทนนท์จึงได้ชื่อว่า “หลังคาสยาม” ด้วยเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาอันมีฉายาว่าเป็น “หลังคาโลก”

ผืนป่ามีความหลากหลายของพืชพรรณ พบทั้งป่าดงดิบ ป่าสน ป่าเบญจพรรณ ป่าทั้งหมดนี้

เป็นต้นกำเนิดห้วยและแม่น้ำหลายสายเกิดเป็นน้ำตกที่สวยงามหลายแห่ง เช่น น้ำตกวชิรธาร น้ำตกแม่ยะ

น้ำตกสิริภูมิ น้ำตกห้วยทรายเหลือง น้ำตกแม่ปาน น้ำตกแม่กลาง เป็นต้น

 

นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติที่มีชื่อเสียง อาทิ เส้นทางกิ่วแม่ปาน และเส้นทางอ่างกาหลวง

ดอยอินทนนท์ยังได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ดูนกอันดับต้นๆ ของเมืองไทย มีนกประจำถิ่นหลายร้อยชนิด

บางชนิดพบเห็นได้ยากแล้วในปัจจุบัน ในช่วงฤดูหนาวยังมีนกอพยพหนีหนาวจากทวีปอื่นๆ มาให้ชม

การดูนกสามารถดูได้เกือบทุกจุด ตลอดเส้นทางขึ้นสู่ยอดดอย

 

 

สำรวจข้อมูล /เรียบเรียงโดย
Thailand Top Vote

(เข้าชมวันนี้: 1 )
 

บทความแนะนำ

ที่พักผ่อนสบาย

ไปเที่ยวกันมั้ย!

ผู้หญิงต้องรู้

 

About the Author
@ กิน เที่ยว ทั่วไทย ทันกระแส ไม่ตกเทรนด์
Top